

ระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ แบบไร้เอกสาร หรือ e-Customs ได้นำมาใช้ในการผ่านพิธีการศุลกากรนำเข้า-ส่งออกทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร เพื่อให้เป็นไปตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดอัตราศุลกากรฉบับที่ 4 พ.ศ.2549 บังคับใช้พิกัดศุลกากรฮาโมไนซ์ ฉบับปี 2007

ระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ แบบไร้เอกสาร (e-Paperless) คือ ระบบการให้บริการผ่านพิธีการศุลกากร ทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ ebXML โดยไม่ต้องใช้เอกสารในส่วนที่ต้องใช้สำแดงกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร
ในเบื้องต้น เช่น ใบขนสินค้า และบัญชีราคาสินค้า (Invoice) เป็นต้น และมีการนำเทคโนโลยี PKI (Public Key Infrastructure) และการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) มาใช้ แทนการลงลายมือชื่อในกระดาษ พร้อมทั้งมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานใหม่ (Process Redesign) เพื่อลดขั้นตอนการให้บริการด้วย
กล่าวได้ว่า ระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Customs เป็นการส่ง-รับข้อมูลการขนส่งสินค้าทางอากาศ ทั้งสินค้าขาเข้าและสินค้าขาออกโดยใช้ Short Message เป็นข้อความหรือคำสั่งในการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างผู้ประกอบการหรือตัวแทน, ศุลกากร และ Terminal Operator (TMO) โดยใช้ระบบ ebXML
ผ่านทาง Web Site ของกรมศุลกากร ทำให้ช่วยลดการใช้กระดาษ ที่เรียกกันทั่วไปว่า Paperless

- ผู้ส่งออกหรือตัวแทนส่งข้อมูลใบกำกับการขนย้ายสินค้า(Cargo Permit) และบัญชีราคาสินค้า (Invoice) ทุกรายการจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ส่งออกหรือตัวแทน มายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร
- เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรตรวจสอบข้อมูลในใบกำกับการขนย้ายสินค้า (Cargo Permit) ส่งมาถูกต้องครบถ้วนแล้ว จะออกเลขที่ใบกำกับการขนย้ายสินค้า (Cargo Permit) และตรวจสอบ เงื่อนไขต่างๆ ที่กรมศุลกากรกำหนดไว้ เพื่อจัดกลุ่มใบกำกับการขนย้ายสินค้า (Cargo Permit) เป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้
- ใบกำกับการขนย้ายสินค้า (Cargo Permit) ที่ไม่ต้องตรวจสอบพิธีการ (Green Line)
- ใบกำกับการขนย้ายสินค้า (Cargo Permit) ที่ต้องตรวจสอบพิธีการ (Red Line)
- หลังจากสินค้าผ่านสถานีตรวจสอบ (Checking Post) เข้ามาการบินไทยแล้ว ผู้ส่งออกหรือตัวแทน ยื่นเอกสารใบกำกับการขนย้ายสินค้า (Cargo Permit) ให้การบินไทยเพื่อชั่งน้ำหนัก แล้วออกเอกสาร ใบชั่งสินค้าให้กับผู้ส่งออกหรือตัวแทน
- ผู้ส่งออกหรือตัวแทนนำเอกสาร Air Waybill, House Air Waybill, House Manifest, ใบชั่งสินค้า, ใบกำกับการขนย้ายสินค้า (Cargo Permit) และใบเสร็จรับเงิน (ถ้ามี) ไปยื่นให้การบินไทย เพื่อสร้าง CAR Record ต่อไป
- การบินไทยทำการจัดบรรทุก (Load) สินค้า แล้วส่งมอบสินค้าเพื่อทำการจัดเก็บสินค้า แล้วนำไปบรรทุกขึ้นเครื่องบินต่อไป

การบินไทยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ส่งออก หรือตัวแทนในการประสานงานกับกรมศุลกากร ในการเปลี่ยนสถานะ (Status) ในใบขนสินค้าขาออก จาก 03 เป็น 04
กรณียื่นเอกสารสินค้าขาออก
การบินไทยได้เปิดช่องทางให้บริการกับผู้ส่งออก หรือตัวแทนที่ประสบปัญหาความล่าช้า ที่เกิดขึ้นกับสถานะ ใบกำกับการขนย้ายสินค้าจากสถานะ (Status) 03 เป็น 04 ทำให้ผู้ส่งออกหรือตัวแทน สามารถยื่นเรื่อง ขอคืนเงินภาษีกับกรมศุลกากรได้รวดเร็วขึ้น
ทั้งนี้ ผู้ส่งออกหรือตัวแทนต้องส่งข้อมูล เพื่อยืนยันว่าเบอร์ House Air Waybill ที่ส่งให้กับการบินไทย เป็นข้อมูล ที่ถูกต้องตรงกันกับที่ส่งให้กรมศุลกากร
ผู้ส่งออกหรือตัวแทนติดต่อการบินไทย และดำเนินการดังต่อไปนี้
- ผู้ส่งออกหรือตัวแทนส่งสำเนาใบกำกับการขนย้ายสินค้า แนบ ใบรับรองสำเนาใบกำกับการขนย้าย พร้อมทั้งรับรองเอกสารและประทับตราจากบริษัท หรือ
- ผู้ส่งออกหรือตัวแทนกรอกข้อมูลใน ใบรับรองเอกสาร House Air Waybill พร้อมทั้งรับรองเอกสารและประทับตราจากบริษัท
กรณีสินค้าส่งออกไปแล้ว
หลังจากสินค้าได้ส่งออกไปแล้ว 3 วัน สถานะ (Status) ในใบขนสินค้าขาออก ยังคงเป็น 03 ผู้ส่งออกหรือตัวแทน (เฉพาะที่เข้าร่วมโครงการ) สามารถส่งข้อมูลให้กับการบินไทยเพื่อทราบปัญหา และประสานกับกรมศุลกากร เพื่อเปลี่ยนสถานะ (Status) เป็น 04
ผู้ส่งออกหรือตัวแทนส่งข้อมูลตามรูปแบบ (Format) ที่ทางการบินไทยกำหนด
โดยส่ง e-Mail เข้ามาที่ eexportservice@thaiairways.com

- ผู้นำเข้าหรือตัวแทนบันทึกข้อมูลบัญชีราคาสินค้า (Invoice) เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์
ของตนเอง หรือผ่าน Service Counter มายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร
- การบินไทย บันทึกข้อมูลบัญชีสินค้า (Manifest) ประกอบด้วย House Air Waybill,
Master Air Waybill เป็นต้น เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ส่งผ่านไปยังกรมศุลกากร
- เครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร จะตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นในใบขนสินค้าที่ส่งเข้ามา ถ้าพบว่าข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าที่ส่งมาไม่ถูกต้อง เครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร
จะแจ้งกลับไปเพื่อทำการแก้ไขให้ถูกต้อง
- เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรสอบข้อมูลในใบขนสินค้า ที่ส่งมาถูกต้องครบถ้วนแล้ว
จะออกเลขที่ใบขนสินค้าขาเข้า พร้อมกับตรวจสอบเงื่อนไขต่างๆ ที่กรมศุลกากรกำหนดไว้ เพื่อจัดกลุ่มใบขนสินค้าขาเข้าในขั้นตอนการตรวจสอบพิธีการเป็น 2 ประเภท คือ
- Green Line
- Red Line
- เมื่อสินค้าเข้ามาถึงคลังสินค้า การบินไทย จะทำการ Break-down สินค้า
เพื่อจัดเก็บสินค้าเข้าชั้นจัดเก็บ (Location) รอส่งมอบให้ผู้นำเข้าหรือตัวแทน
- ผู้นำเข้าหรือตัวแทนยื่นเอกสาร D/O ที่การบินไทย แล้วเจ้าหน้าที่การบินไทย
จะออกเอกสาร D/O ให้ เพื่อใช้ยื่นสำหรับชำระค่าบริการ D/O
- ผู้นำเข้าหรือตัวแทนมาขอรับสินค้าการบินไทยจะส่งมอบสินค้าให้กับผู้นำเข้าหรือ
ตัวแทนพร้อมกับเอกสารใบสั่งปล่อย (Cargo Permit) หรือสลิปเอกสาร (Inspection Form) แล้วแต่กรณี
- ผู้นำเข้าหรือตัวแทนนำสินค้าพร้อมเอกสารมาผ่านกรมศุลกากร เพื่อการตรวจสอบ
(แล้วแต่กรณี) คือ Green Line หรือ Red Line
Excellency Cargo Service
Excellency Cargo Service เป็นโครงการที่ช่วยอำนวยความสะดวก ในขั้นตอนการรับสินค้าขาเข้าให้กับผู้นำเข้า
หรือตัวแทน เนื่องจากการบินไทยสามารถส่งข้อมูล Manifest ขาเข้าให้กับกรมศุลกากรได้ประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนเครื่องลงจริง จึงทำให้ผู้นำเข้าหรือตัวแทนสามารถรับ D/O และสินค้าได้รวดเร็วขึ้น
ผู้นำเข้าหรือตัวแทนส่งข้อมูลการขนส่งสินค้าทางอากาศในรูปแบบ Soft File ตามรูปแบบ (Format) ที่กำหนดให้กับการบินไทย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการ Upload ข้อมูลเข้าในระบบคอมพิวเตอร์ เพียง 2 วินาที ก็สามารถออก Advance D/O และเตรียมรับสินค้ากับการบินไทยได้ทันที
สำหรับผู้นำเข้าหรือตัวแทนที่สนใจโครงการ สามารถส่งข้อมูลมาที่ excellcycgoservice@thaiairways.com
|